สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน กำลังสร้างความกังวลให้หลายฝ่ายทั่วโลก หลังนักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงเตือนว่า ความรุนแรงอาจลุกลามจนกลายเป็นสงครามขนาดใหญ่ หรือเลวร้ายที่สุดคือสงครามโลกครั้งที่ 3

ล่าสุด สื่อต่างประเทศอย่าง Metro ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย ได้วิเคราะห์และเปิดเผยรายชื่อ 11 พื้นที่ที่มีโอกาสปลอดภัยมากที่สุด หากเกิดหายนะนิวเคลียร์หรือสงครามเต็มรูปแบบ โดยพิจารณาจากความห่างไกลทางภูมิศาสตร์ ความสามารถพึ่งพาทรัพยากรตนเอง และความเป็นกลางทางการเมือง

1. นิวซีแลนด์ และ 2. ออสเตรเลีย (สวรรค์แห่งซีกโลกใต้)
สองประเทศในซีกโลกใต้ถูกมองว่าเป็นทางรอดสำคัญ หากเกิดปรากฏการณ์ Nuclear Winter เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ยังสามารถทำการเกษตรได้ แม้ซีกโลกเหนืออาจถูกปกคลุมด้วยความหนาวเย็นและรังสีเป็นเวลานาน อีกทั้งภูมิประเทศที่มีแนวเทือกเขายังช่วยเป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติ
3. ไอซ์แลนด์ (ดินแดนแห่งความสงบ)
ประเทศที่ครองอันดับต้น ๆ ของดัชนีสันติภาพโลกมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และมีประวัติไม่เกี่ยวข้องกับสงครามรุกราน ทำให้มีโอกาสตกเป็นเป้าหมายทางการเมืองต่ำ
4. สวิตเซอร์แลนด์ (ความเป็นกลางระดับตำนาน)
ประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองมาอย่างยาวนาน แม้ในความขัดแย้งระดับโลกหลายครั้งยังคงรักษาจุดยืนไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด จึงมีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกดึงเข้าสู่สงครามโดยตรง

5. อาร์เจนตินา (อู่ข้าวอู่น้ำ)
ในภาวะสงคราม ทรัพยากรอาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญ อาร์เจนตินามีพื้นที่เพาะปลูกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะทุ่งข้าวสาลีจำนวนมหาศาล สามารถรองรับการยังชีพของประชากรได้แม้โลกถูกตัดขาดจากการค้า
6. ภูฏาน (ป้อมปราการเทือกเขา)
ประเทศขนาดเล็กในเทือกเขาหิมาลัยที่ประกาศจุดยืนเป็นกลางมาตั้งแต่ปี 1971 พร้อมภูมิประเทศภูเขาสูงชันซึ่งทำให้การรุกรานทางบกทำได้ยาก
7. ชิลี และ 8. แอฟริกาใต้ (แหล่งทรัพยากรที่ยั่งยืน)
ทั้งสองประเทศมีแนวชายฝั่งยาวและทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ ทั้งแหล่งน้ำสะอาดและพื้นที่เกษตรกรรม ทำให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้หากระบบการค้าระหว่างประเทศหยุดชะงัก
9. ฟิจิ และ 10. ตูวาลู (เกาะสวรรค์ที่โลกลืม)
หมู่เกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจโลก โดยเฉพาะตูวาลูที่มีประชากรราว 11,000 คน จึงไม่ใช่เป้าหมายยุทธศาสตร์ทางทหารและมีความเสี่ยงถูกโจมตีต่ำ

11. แอนตาร์กติกา (ทางเลือกสุดท้าย)
แม้จะเป็นพื้นที่ที่มีสภาพอากาศรุนแรงและการดำรงชีวิตยากลำบากที่สุด แต่แอนตาร์กติกาถือเป็นพื้นที่ที่ห่างไกลจากเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เลือกพื้นที่นี้อาจต้องเผชิญชีวิตท่ามกลางความหนาวจัดและพายุหิมะตลอดเวลา
การจัดอันดับดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญของความปลอดภัยในยุคสงครามสมัยใหม่ ไม่ได้อยู่ที่กำลังทหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสามารถในการพึ่งพาทรัพยากร ความโดดเดี่ยวทางภูมิศาสตร์ และความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งอาจกลายเป็นกุญแจสำคัญของการอยู่รอด หากโลกเข้าสู่ยุควิกฤตครั้งใหญ่ในอนาคต